• 1. ถาม: ขอทราบประวัติโรงเรียน?

    ตอบ  โรงเรียนเปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยผู้ก่อตั้งและผู้รับใบอนุญาต คือ คุณอันวิดา อภิจารี จบการศึกษาด้านปฐมวัย B.Ed. Early Childhood Education และ M.Ed School Management จากรัฐวิคทอเรีย ประเทศออสเตรเลีย มีประสบการณ์การสอนในประเทศออสเตรเลีย และโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย โดยโรงเรียนผ่านการตรวจมาตรฐานการศึกษาคุณภาพด้านตัวเด็ก ในระดับ “ดีมาก” จาก สมศ (สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา องค์การมหาชน ) และด้วยคุณภาพในตัวเด็ก ความโดดเด่นด้านวิชาการ และกิจกรรมการเรียนการสอน  จึงสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองเเละนิยมส่งบุตรธิดามาศึกษาที่อนุบาลแห่งนี้ ทำให้จำนวนนักเรียนมากขึ้นทุกปี 

  • 2. ถาม: สัดส่วนการรับนักเรียนต่อห้อง?

    ตอบ      ในระดับเตรียมอนุบาล ครู 2 ท่าน/ครูพี่เลี้ยง 1 ท่าน ต่อเด็ก 21 คน
                 ในระดับอนุบาล 1-3 ครู 2 ท่าน ต่อเด็ก 25 คน

  • 3. ถาม: คุณครูจบการศึกษาอะไรมา?

    ตอบ  คุณครูประจำชั้นทุกท่านจบการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีทางครุศาสตร์ เอกปฐมวัยหรือจบหลักสูตรวุฒิบัตรครู ทุกท่านมีใบประกอบวิชาชีพครูและมีประสบการณ์ ครูคู่ชั้นจบปริญญาตรี ทุกท่านมีประสบการณ์และมีใจรักเด็ก สามารถร่วมสอนและดูแลด้านร่างกาย สุขอนามัยของเด็กทุกคน นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังเน้นให้คุณครูใฝ่หาความรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพของการสอนด้วยการจัดการอบรม โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่่ยวชาญและเดินทางศึกษาดูงานตามหน่วยการเรียนรู้ต่างๆที่จะสอนนักเรียน

  • 4. ถาม: โรงเรียนสอนแนวไหน?

    ตอบ  โรงเรียนเน้นการสอนที่ลงมือปฏิบัติจริงและการเป็นผู้นำทางด้านความคิดและผสมผสานวิธีการสอนที่หลากหลายให้เหมาะสมกับแต่ละกิจกรรม ได้แก่ การสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนักเรียน โดยนักเรียนเป็น Active Learner และคุณครูมีหน้าที่ควบคุมให้การสนทนาอยู่ในขอบเขตเนื้อหา และเพิ่มเติมเนื้อหาที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ ใช้ แนว Categorizing เพื่อฝึกฝนทักษะการคิดวิเคราะห์ จัดหมวดหมู่และแยกประเภทจากการใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ใช้ Cooperative Learning ในการทำงานกลุ่ม เพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างผลงานกลุ่ม และความสำเร็จไม่ได้เกิดจากความสามัคคีในการทำงานร่วมกันของทุกคนในกลุ่ม ใช้ Lecture โดยการทบทวนผ่านกิจกรรมสนุกสนาน เพื่อสอนพื้นฐานการใช้ภาษาไทย และคณิตศาสตร์ เป็นการปูพื้นฐาน และเชื่อมโยงไปสู่การนำไปใช้ในชีวิตจริง ได้แก่การอ่านป้ายต่างๆ การอ่านหนังสือที่สนใจ และสามารถสื่อสารโดยการพูด และเขียนความคิดของตนเองอย่างเหมาะสมตามวัย การเรียนในแนวนี้ทำให้นักเรียนที่จบจากโรงเรียนมีความโดดเด่นทางด้าน IQ และ EQ

  • 5. ถาม: โรงเรียนใช้หลักสูตรอะไร?

    ตอบ  หลักสูตรที่โรงเรียนใช้ในการเรียนการสอน คือ Extra English Program และ English Program เนื่องจากในปัจุบันภาษาอังกฤษมีความสำคัญกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ทางโรงเรียนมีความเชื่อว่าเด็กแต่ละวัยมีความสนใจในการเรียนรู้ และมีศักยภาพในการเรียนที่แตกต่าง โรงเรียนจึงพัฒนาหลักสูตรประจำสถานศึกษาที่อิงจากหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ของกระทรวงศึกษาธิการ ส่งเสริมและเติมเต็มศักยภาพทั้งทางด้านร่างกาย สังคม จริยธรรม คุณธรรม อารมณ์จิตใจ และสติปัญญาโดยตั้งจุดประสงค์การเรียนรู้ของแต่ละกลุ่มสาระ ของแต่ละระดับชั้นอย่างชัดเจน ได้แก่ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ความรู้รอบตัว และเชาว์ปัญญา พละ ศิลปะ และดนตรี เพื่อเติมเต็มความอยากรู้ของนักเรียนและช่วยพัฒนาศักยภาพโดยประยุกต์ความรู้ที่เรียนมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ อย่างเป็นรูปธรรม เป็นผู้รักการอ่าน-เขียน มีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าคิดและแสดงออกอย่างเหมาะสมและมีภาวะเป็นผู้นำ

  • 6. ถาม: โรงเรียนมีการประกันคุณภาพการศึกษาอย่างไร?

    ตอบ   โรงเรียนได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพโดย สมศ. และได้คะแนนระดับ "ดีมาก"

  • 7. ถาม: โรงเรียนสื่อสารอย่างไรกับผู้ปกครองบ้าง?

    ตอบ ทางโรงเรียนได้จัดให้มีการปฐมนิเทศผู้ปกครองใหม่ ทุกปีการศึกษา เพื่อให้ผู้ปกครองได้เข้าร่วมประชุมทำความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบาย กฎระเบียบ แนวทางการสอน แนะนำให้รู้จักคุณครู คณะผู้บริหาร และเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ


         ปฐมนิเทศน์ เป็นการประชุมระหว่าง ครูประจำชั้นและผู้ปกครองก่อนการเปิดภาคเรียนเพื่อพูดคุย แนะนำ ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองเกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียน
         แฟ้มสื่อสาร  คุณครูจัดทำและส่งแฟ้มสื่อสาร ทุกวันสุดสัปดาห์ เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับเนื้อหากิจกรรมการเรียนการสอนประจำสัปดาห์ และพฤติกรรมนักเรียน ในกรณีผู้ปกรองมีข้อซักถามเพิ่มเติมสามารถสื่อสารกลับมายังคุณครูได้
         Newsletter  คุณครูใหญ่จัดทำ Newsletter เพื่อสื่อสารถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละระดับชั้น เช่นการแจ้งวันสำคัญต่างๆ เมนูอาหาร และส่งภาพของนักเรียน ให้เป็นประจำทุกวันศุกร์ โดยจัดส่งทาง email 
         Email  ทางโรงเรียนจะใช้วิธีสื่อสาร โดยส่งเป็นจดหมายอีเลคทรอนิคส์หรือ Email จึงขอความร่วมมือจากผู้ปกครองทุกท่านช่วยแจ้งที่อยู่ E mail ที่ถูกต้อง และกรุณาเช็ค E mail ของท่านเป็นประจำ

  • 8. ถาม: การสอนให้เด็กอนุบาล อ่าน-เขียน จะไม่เครียดเกินไปสำหรับเด็กวัยนี้หรือ?

    ตอบ  ทางโรงเรียนเชื่อว่าหากเด็กรู้สึกสนุกและมีความสุขกับสิ่งที่เรียน เด็กอนุบาลที่อยู่ในวัยนี้จะสามารถเรียนรู้ได้ไว นักเรียนทุกระดับชั้นจะเลือกหนังสือนิทานกลับบ้านเป็นประจำทุกสัปดาห์ และในระดับชั้นอนุบาล 3 นักเรียนได้เขียนไดอารี่บอกเล่าเรื่องราวของตนเอง ฉะนั้นการอ่านและการเขียนของโรงเรียนจึงเป็นการอ่านเขียนที่มาจากสิ่งที่เด็กสนใจและเขียนจากจินตนาการ (Creative Writing) และทางโรงเรียน มีนโยบายให้นักเรียนรักภาษาไทยและรักการเรียนวิชาการโดยรู้สึกสนุกสนานจึงจัดบรรยากาศการเรียนสภาพแวดล้อมในห้องเรียนเอื้อต่อการเรียนรู้ จัดกิจกรรมการเรียนที่สนุกสนานเช่น เกมส์การละเล่นต่างๆ เพื่อให้เด็กรู้เพลิดเพลินกับการเรียนและได้ความรู้จากประสบการณ์จริง โดยผสมผสานระหว่างการเรียนรู้ด้วยตนเองจากมุมการเรียน จากการจัดกิจกรรมกลุ่ม และใบงาน ผลคือเด็กแต่ละชั้นเรียนได้รับการพัฒนาอย่างเป็นลำดับขั้นตอนตามแนวนโยบาย โดยไม่ได้รู้สึกเครียดหรือถูกกดดันแต่อย่างใด

  • 9. ถาม: ถ้าเด็กยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ยังใช้ขวดนม ใส่ผ้าอ้อมและยังไม่ยอมทาน อาหารเองจะสามารถ มาโรงเรียนได้หรือไม่?

    ตอบ  หากเด็กยังไม่ได้รับการฝึกจากที่บ้านก็สามารถมาโรงเรียนได้คะ คุณครูของโรงเรียนมีคุณวุฒิ ความสามารถ และประสบการณ์ในการฝึกฝนเด็กๆ มาหลายรุ่น อีกทั้งภายในห้องเรียนมีคุณครูและพี่เลี้ยงคอยดูแลเด็กอย่างทั่วถึงเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด รับประทานอาหารอิ่มและครบหมวดหมู่ และมีการจัดที่นั่งนักเรียนระหว่างรับประทานอาหารโดยให้เด็กที่ไม่คุ้นเคยการจับช้อนส้อม (หรือป้อนที่บ้าน) ให้นั่งคู่กับเด็กที่ช่วยเหลือตัวเองได้ดี เพื่อให้เด็กที่ต้องได้รับการฝึกฝนเรียนแบบพฤติกรรมเด็กที่ช่วยเหลือตัวเอง เมื่อเห็นคนอื่นๆ จับช้อนส้อมรับประทานเอง ก็จะเริ่มทำบ้าง ส่วนการที่เด็กยังติดขวดนมนั้น หากได้มีการวางแผนว่าจะให้เด็กเข้าโรงเรียนควรฝึกการดื่มนมจากกล่องหรือแก้วในช่วงเวลาเช้าและกลางวัน แต่ยังสามารถใช้ขวดนมเฉพาะช่วงนอนได้ค่ะ ทั้งนี้หากยังไม่สามารถฝึกได้สำเร็จจากที่บ้าน ไม่ต้องเป็นกังวลค่ะ ผู้ปกครองสามารถนำขวดนมและนมผงที่ตวงแล้วมาโรงเรียนได้ค่ะ เมื่อเด็กๆ เห็นเพื่อนๆ ดื่มนมจากกล่องและแก้ว เด็กๆจะอยากปฏิบัติเหมือนเพื่อนไปเองค่ะ กรณีที่ยังใช้ผ้าอ้อม ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลค่ะ เด็กสามารถมาโรงเรียนโดยใส่ผ้าอ้อมมาได้ คุณครูจะคอยสังเกตพฤติกรรมน้องเวลาต้องการปัสสาวะและถ่าย และจะเปลี่ยนผ้าอ้อมผืนใหม่ โดยล้างทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งทุกครั้ง เมื่อเด็กเริ่มหยุดร้องไห้จากการมาโรงเรียนวันแรกๆ คุณครูจะเริ่มพาเด็กๆ เข้าห้องน้ำเป็นเวลาเพื่อปัสสาวะ และเมื่อเด็กคุ้ยเคยกับกิจวัตรของการเดินเข้าห้องน้ำและเริ่มสื่อสารกับคุณครู คุณครูก็จะเริ่มถอดผ้าอ้อมออก จนในที่สุดเด็กไม่ต้องใส่ผ้าอ้อมอีกเลยค่ะ

  • 10. ถาม: เด็กร้องไห้มากในการมาเรียนครั้งแรกและจะร้องนานเท่าไหร่? ทางโรงเรียนจะดำเนินการอย่างไรเพื่อช่วยนักเรียน?

    ตอบ  เป็นเรื่องธรรมดาที่เด็กๆ จะร้องไห้เพราะต้องแยกจากบุคคลและสถานที่ที่มีความผูกพัน โรงเรียนจึงมีนโยบายให้นักเรียนใหม่ทุกคนเข้าเรียนคอร์ส เตรียมความพร้อมประมาณ 1-2 เดือนก่อนการเปิดภาคเรียน เนื่องจากระหว่างปิดภาคเรียนมีนักเรียนจำนวนน้อยจึงจะทำให้เด็กปรับตัวได้เร็วขึ้น ผู้ปกครองควรส่งนักเรียนก่อนเวลาเริ่มกิจกรรม โดยส่งนักเรียนให้คุณครูและบอกลาเด็กๆทุกครั้งโดยบอกว่าจะมารับเมื่อใดเพื่อไม่ให้เด็กเป็นกังวล เช่น กรณีเด็กเลิกครึ่งวันให้แจ้งว่า “ทานข้าวเสร็จ พ่อ/แม่ มารับ” หรือ กรณีเรียนเต็มวันให้แจ้งว่า “ตื่นนอนแล้ว พ่อ/แม่ มารับ” โดยเฉลี่ยนักเรียนจะร้อง 1-5 วัน โดยจะร้องๆ หยุดๆ ตามช่วงวัน บางคนร้องเฉพาะช่วงเช้าที่ผู้ปกครองมาส่งหรือเริ่มร้องในสัปดาห์ที่ 2 ของการมาโรงเรียนและบางคนไม่ร้องไห้เลย ทั้งนี้นักเรียนจะหยุดร้องไห้เร็วขึ้นหากทางโรงเรียนได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองโดยปฏิบัติตามนโยบายไม่ให้ผู้ปกครองอยู่ดูแลนักเรียนในห้องเรียน หรือแอบดูเด็กๆหน้าห้อง เนื่องจากจะทำให้เด็กไม่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน ไม่มีปฎิสัมพันธ์กับเพื่อน และครูในห้องเรียน เป็นเหตุให้เด็กๆปรับตัวได้ช้า คุณครูจะใช้การดูแลด้วยความรักและเอาใจใส่จัดกิจกรรมให้นักเรียนรู้สึกเพลิดเพลินได้แก่ การเล่านิทาน การเล่นสนาม ศิลปะเสรี เล่นกับสี ปั้นแป้งโดว์ เล่นเสรี ร้องเล่นเต้นรำ เป็นต้น

  • 11. ถาม: หากเด็กทำผิด ทางโรงเรียนลงโทษเด็กอย่างไร?

    ตอบ  โรงเรียนมีนโยบายลงโทษโดยใช้วิธี Time out โดยแยกเด็กที่ทำผิดมาสงบนั่งลำพังคนเดียว หลังจากนั้น กล่าวตักเตือนสั้นๆ ง่ายๆ ให้นักเรียนเข้าใจว่าทำผิดเรื่องใด ก่อให้เกิดผลเสียอย่างไรบ้าง และในเด็กระดับชั้น อ.2 - อ.3 จะให้เวลานักเรียนทบทวนความผิดที่ทำด้วยและกล่าวขอโทษเพื่อน

  • 12. ถาม: นักเรียนที่จบจากโรงเรียนอนุบาลอันวิดา ส่วนมากไปต่อประถม 1 ที่ไหน?

    ตอบ จากประสบการณ์ของโรงเรียนที่ผ่านมานักเรียนของโรงเรียน สามารถสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนที่เป็นที่นิยม เด็กหลายคนสอบเข้าโรงเรียนดังๆ ได้ถึง 2-3 แห่ง บางคนได้ 1 แห่ง บางคนสอบได้แต่ในที่สุดเลือกโรงเรียนใกล้บ้านเพื่อสะดวกต่อการรับส่ง

  • 13. ถาม: นักเรียนจะป่วยบ่อยไหม ถ้ามาโรงเรียน?

    ตอบ  การป่วยของนักเรียนประกอบไปด้วยหลายปัจจัยค่ะ เด็กที่ไม่เคยไปโรงเรียนก็สามารถป่วยได้ เนื่องจากเชื้อโรคอยู่ในอากาศรอบๆตัวเราและ เนื่องจากนักเรียนเริ่มเข้าสู่วัยเรียน ซึ่งเป็นสังคมใหญ่กว่าที่บ้าน จึงมีโอกาสพบเชื้อโรคได้ ทั้งนี้หากนักเรียนป่วยควรพักผ่อนอยู่บ้าน เพื่อไม่แพร่เชื้อในโรงเรียน ผู้ปกครองควรสอนให้น้องสั่งน้ำมูกได้ด้วยตนเอง ทางโรงเรียนพบว่านักเรียนป่วยน้อยลงหรือไม่ป่วยเลยเมื่อใช้ชีวิตเป็นนักเรียนประมาณ 1 ภาคการเรียน

  • 14. ถาม : อุณหภูมิแอร์ในห้องเรียนเป็นอย่างไร?

        ตอบ  ฤดูร้อน 20-24 องศา
                 ฤดูฝน 23-24 องศา
                 ฤดูหนาว 24-25 องศา เปิดหน้าต่างตามเวลาเหมาะสม 
             เนื่องจากนักเรียนอยู่ในห้องหลายคน มีการเคลื่อนไหวตลอด ฉะนั้นการปรับอุณหภูมิในห้องจึงแตกต่างจากการตั้งอุณหภูมิให้ลูกที่บ้านค่ะ

  • 15. ถาม: ทางโรงเรียนมีมาตรการอย่างไรเมื่อถึงฤดูโรคระบาด?

        ตอบ  ในปัจจุบันโรคระบาดที่พบในเด็กวัยอนุบาลคือมือ เท้า ปากและไข้หวัดใหญ่ ซึ่งจะพบในช่วงฤดูฝน และเมื่อเข้าฤดูหนาวจะพบว่านักเรียนบางคนอาจมีอาการอาเจียนและอุจจาระร่วงเชื้อโรคตา ซึ่งโรคทั้งหมดที่กล่าวมานี้สามารถเกิดกับเด็กที่ไม่เคยมาโรงเรียนด้วย เนื่องจากโรคเหล่านี้แฝงตัวอยู่ในอากาศ ทางโรงเรียนได้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคเฉพาะจากต่างประเทศ สเปรย์บนของเล่นทุกชนิดซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อนักเรียน มีการสเปรย์ฆ่าเชื้อในห้องเรียนหมั่นพานักเรียนล้างมือ คุณครูใช้ถุงมืออนามัยทุกครั้งที่ทำความสะอาดให้นักเรียนในห้องน้ำ อาหารมีการ
    เตรียมถูกหลักอนามัย ไม่อนุญาตให้นักเรียนที่ป่วยมาโรงเรียนจนกว่าจะหายเป็นปรกติ และไม่รับป้อนยาคะ มาตรการเหล่านี้ช่วยลดการระบาดได้คะ

  • 16. ถาม : กรณีที่นักเรียนเป็นนักเรียนของโรงเรียนและทางโรงเรียนพบว่า นักเรียนมีความ บกพร่องทางร่างกายหรือ/และ สงสัยว่ามีอาการบกพร่องทางสมอง?

        ตอบ  ทางโรงเรียนจะทำการประเมินพฤติกรรมและแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ เพื่อให้ผู้ปกครองปรึกษาแพทย์หรือ
    ผู้เชี่ยวชาญ และนำใบประเมินของแพทย์มายื่นให้แก่โรงเรียน ในบางกรณีผู้ปกครองอาจต้องจัดหาพี่เลี้ยงมาประกบนักเรียนเมื่อยู่ที่โรงเรียน และในบางกรณีหากนักเรียนมีความบกพร่องซึ่งมีผลกระทบต่อนักเรียนคนอื่นๆในห้องเรียน นักเรียนจะพ้นจากการเป็นนักเรียน ทั้งนี้ขอให้ผู้ปกครองสังเกตบุตรหลานสม่ำเสมอ เช่น ไม่สบตาในขณะที่สนทนาพูดเรื่องอื่นขึ้นมาในขณะที่กำลังสนทนาเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่ และไม่อยู่นิ่งขณะฟังนิทาน

  • 17. ถาม : ในกรณีที่เป็นWaiting List จะทราบเมื่อใดว่าได้ที่เรียนหรือไม่?

        ตอบ  กรณีนักเรียนจะเข้าภาคการเรียนที่ 1 จะทราบผลในเดือนธันวาคม และกรณีนักเรียนจะเข้าภาคเรียนที่ 2 จะทราบผลในเดือนกันยายน

  • 18. ถาม : ผู้ปกครองต้องเตรียมค่าใช้จ่ายใดๆ อีกระหว่างนักเรียนศึกษาที่ อนุบาลอันวิดา?

        ตอบ   เสื้อกีฬาสี            ประมาณ           250 บาท 
                  ชุดการแสดง        ประมาณ        1,500 บาท
                  บัตรชมการแสดง  ประมาณ    200-300 บาท

粉嫩公主酒酿蛋是一款怎样的产品呢,粉嫩公主酒酿蛋粉嫩公主酒酿蛋丰胸是清朝民间流传下来的一款丰胸产品,主要以天然能量为诉求,经过现代的丰胸效果科技改良后,以实用和实效为特点,是一款100%纯植物提取的美胸品牌。采用的都是天然有机食材:酒酿原汁丰胸产品、土鸡蛋、珍珠糯米、姜汁红糖、泰国野葛根提取物,真正做到健康、安全、便携、高效的口碑产品。丰胸最快方法粉嫩公主酒酿蛋丰胸解开女人的幸福密码!